
ย้ายไปยัง iOS
โดย Apple
4.4
- ความปลอดภัย
- 100% Safe
- หมวดหมู่
- เครื่องมือ
- คะแนนรีวิว
- 4.4
- ราคา
- Free
- ดาวน์โหลด
- 100.00M
แอปนี้ปลอดภัย เชื่อถือได้ ติดตั้งฟรี และดาวน์โหลดได้รวดเร็วโดยไม่มีความเสี่ยงหรือมัลแวร์
ภาพหน้าจอ



วิเคราะห์โดย Getfullapps
เวลาช่วยคนในบ้านย้ายเครื่อง ผมมักเห็นว่าความกังวลไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้ iPhone แต่อยู่ที่กลัวว่าจะทิ้งข้อมูลสำคัญไว้ข้างหลัง ย้ายไปยัง iOS จึงมีประโยชน์ตรงการทำให้ช่วงเปลี่ยนผ่านมีขั้นตอนชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเริ่มใช้ iPhone หรือ iPad เครื่องใหม่ และอยากจัดการข้อมูลพื้นฐานจาก Android ก่อนเริ่มใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม ผมไม่มองแอปนี้เป็นเครื่องมือที่ทำให้โทรศัพท์สองเครื่องเหมือนกันทุกอย่าง การย้ายข้อมูลขึ้นอยู่กับชนิดข้อมูล พื้นที่ว่าง และจังหวะที่ตั้งค่าเครื่องใหม่ด้วย ถ้ารู้ขอบเขตเหล่านี้ตั้งแต่ต้น คุณจะวางแผนได้ดีขึ้นและไม่ต้องตกใจเมื่อแอปบางตัวหรือข้อมูลเฉพาะทางต้องจัดการแยกต่างหาก
การอ่านหน้าจอและการตามขั้นตอน
สิ่งที่ทำให้เครื่องมือนี้เข้าใจง่ายคือมีงานหลักเพียงอย่างเดียว นั่นคือช่วยเริ่มย้ายข้อมูลจาก Android ในช่วงตั้งค่าอุปกรณ์ Apple ใหม่ ผมชอบที่ไม่ต้องไล่หาเมนูสำรองข้อมูลหลายจุดหรือเรียนรู้ระบบจัดการไฟล์ก่อนเริ่ม แต่ความเรียบง่ายนี้ก็หมายความว่าผู้ใช้ต้องอยู่ในขั้นตอนที่ถูกต้อง หากตั้งค่า iPhone ผ่านไปแล้ว การย้อนกลับมาใช้วิธีนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเริ่มต้นอุปกรณ์ใหม่
สำหรับคนที่ไม่คุ้นกับคำศัพท์ทางเทคนิค วิธีที่ปลอดภัยคืออ่านแต่ละหน้าจอให้ครบก่อนแตะต่อ และทำตามลำดับที่แสดงบนอุปกรณ์ทั้งสองเครื่อง อย่าพยายามคาดเดาว่าหน้าจอถัดไปจะเป็นอะไร เพราะโทรศัพท์แต่ละฝั่งมีบทบาทต่างกัน หากช่วยผู้สูงอายุหรือสมาชิกในครอบครัว ผมจะอธิบายทีละขั้นและให้เจ้าของเครื่องเป็นคนตรวจข้อมูลที่เลือกเอง วิธีนี้ช่วยลดโอกาสเลือกข้อมูลผิดโดยไม่ตั้งใจ
แอปนี้เป็นเครื่องมือจาก Apple ในหมวดเครื่องมือโดยตรง ไม่ใช่แอปจัดการมือถือทั่วไปที่รวมงานหลายแบบไว้ด้วยกัน ความเฉพาะทางทำให้จุดประสงค์ค่อนข้างชัด แต่ผู้ใช้ควรเข้าใจด้วยว่าแอปนี้ไม่ได้ใช้แทนการเรียนรู้เมนูของ iPhone หลังจากย้ายเสร็จ หากไม่คุ้นกับระบบใหม่ การให้เวลากับการตั้งค่าบัญชีและการปรับหน้าจอหลังการย้ายยังจำเป็นอยู่
การแตะ การรอ และสิ่งรบกวนทางประสาทสัมผัส
งานย้ายข้อมูลไม่ใช่กิจกรรมที่ต้องแตะหน้าจอถี่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับคนที่ไม่สะดวกกับการควบคุมที่ละเอียดต่อเนื่อง แต่ช่วงเริ่มต้นยังต้องอ่านข้อความ เลือกข้อมูล และตอบสนองต่อคำแนะนำบนอุปกรณ์ทั้งสองเครื่อง หากผู้ใช้มีข้อจำกัดด้านการมองเห็นหรือการควบคุมมือ การมีคนที่ไว้ใจได้ช่วยอ่านและตรวจตัวเลือกอาจทำให้ขั้นตอนมั่นใจขึ้น โดยให้เจ้าของเครื่องยังเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องข้อมูลของตนเอง
การรอเป็นอีกส่วนที่ควรคิดเผื่อไว้ โดยเฉพาะเมื่อมีรูปหรือวิดีโอจำนวนมาก ผมแนะนำให้เริ่มในช่วงที่ไม่ต้องรีบใช้โทรศัพท์ ไม่ใช่ก่อนออกจากบ้านหรือก่อนประชุม เพราะความกดดันด้านเวลาอาจทำให้เผลอออกจากหน้าจอหรือยกเลิกกระบวนการ ความสบายของผู้ใช้จึงไม่ได้ขึ้นกับหน้าตาแอปอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเลือกช่วงเวลาและสภาพแวดล้อมที่ไม่เร่งรีบด้วย
บทความที่น่าสนใจให้อ่านต่อ
ถ้าการแจ้งเตือนหรือสายเรียกเข้ามักทำให้เสียสมาธิ ควรจัดเตรียมเครื่องให้พร้อมและหลีกเลี่ยงการใช้งานระหว่างถ่ายโอนข้อมูล การวางโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องบนพื้นผิวมั่นคงและอยู่ใกล้กันช่วยให้มองเห็นสถานะได้ง่าย ไม่ต้องถือเครื่องค้างไว้ตลอดเวลา จุดนี้เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีประโยชน์เมื่อผู้ใช้ต้องการลดการเคลื่อนไหวหรือแบ่งความสนใจไปทำอย่างอื่น
เลือกเวลาและสถานที่ให้เหมาะกับการย้าย
สถานการณ์ที่เหมาะที่สุดคืออยู่บ้านหรือในที่ที่คุณมีเวลาว่างและสามารถเสียบชาร์จอุปกรณ์ได้ หากกำลังย้ายเครื่องของสมาชิกในครอบครัว การจัดเวลาให้มีคนช่วยสังเกตหน้าจอทั้งสองฝั่งเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของเครื่องไม่คุ้นกับขั้นตอน ผมจะเตรียมรหัสผ่านบัญชีที่จำเป็นไว้ให้พร้อม แต่ไม่จดหรือส่งต่อรหัสผ่านโดยไม่จำเป็น และจะให้เจ้าของบัญชีกรอกเองเมื่อถึงขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ลองนึกถึงคนที่เพิ่งซื้อ iPhone ใหม่หลังใช้ Android มาหลายปี เขามีรายชื่อผู้ติดต่อและภาพถ่ายครอบครัวที่อยากเก็บไว้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะย้ายอะไรบ้าง วิธีที่ผมใช้คือเริ่มจากตรวจพื้นที่ว่าง แล้วเลือกข้อมูลที่จำเป็นต่อการเริ่มใช้งานก่อน จากนั้นค่อยเปิดดูรายชื่อ ปฏิทิน และภาพสำคัญบนเครื่องใหม่ การตรวจทันทีช่วยให้รู้ว่ามีอะไรต้องจัดการเพิ่ม ก่อนจะเก็บ Android เครื่องเก่าเข้าลิ้นชักหรือส่งต่อให้คนอื่น
ในทางกลับกัน การเริ่มย้ายบนรถ ระหว่างเดินทาง หรือในช่วงที่ต้องรับโทรศัพท์ตลอดเวลาไม่ค่อยเหมาะ เพราะการขัดจังหวะทำให้ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่ากระบวนการยังดำเนินอยู่หรือไม่ หากข้อมูลมีขนาดใหญ่ การเผื่อเวลามากกว่าที่คิดและปล่อยให้เครื่องทำงานต่อเนื่องเป็นทางเลือกที่ใจเย็นกว่า การทำเช่นนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีปัญหา แต่ช่วยลดความยุ่งยากจากการเริ่มใหม่เพราะต้องรีบไปทำอย่างอื่น
สิ่งที่ผู้ใช้มักติดก่อนข้อมูลจะเริ่มย้าย
อุปสรรคแรกคือจังหวะการใช้งาน แอปนี้ทำงานในช่วงตั้งค่า iPhone หรือ iPad เครื่องใหม่เป็นหลัก ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับเปิดเมื่อไรก็ได้แล้วรวมข้อมูลเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่แล้ว หากคุณตั้งค่าอุปกรณ์ Apple จนผ่านหน้าที่รองรับการย้ายข้อมูลไปแล้ว อาจต้องกลับไปเริ่มกระบวนการตั้งค่าใหม่เพื่อใช้แนวทางนี้ นี่เป็นเหตุผลที่ผมแนะนำให้ตัดสินใจก่อนว่าอยากย้ายข้อมูลแบบใด อย่ารีบกดผ่านหน้าตั้งค่าเพียงเพราะอยากเข้าไปดูหน้าจอหลัก
อีกจุดที่ทำให้คนเข้าใจผิดคือคำว่า “ย้ายข้อมูล” ไม่ได้หมายความว่าแอป Android ทุกตัวจะถูกคัดลอกเป็นแอป iPhone ให้โดยอัตโนมัติ แอปที่มีทั้งสองระบบอาจต้องดาวน์โหลดเวอร์ชัน iOS ใหม่ และการเข้าสู่ระบบหรือข้อมูลภายในแอปอาจขึ้นอยู่กับวิธีที่บริการนั้นจัดเก็บข้อมูลเอง ดังนั้นผมจะมองแอปนี้เป็นผู้ช่วยขนย้ายข้อมูลที่ระบบรองรับ ไม่ใช่เครื่องมือโคลนโทรศัพท์ทั้งเครื่อง
สำหรับไฟล์ที่อยู่ในแอปเฉพาะทาง เช่น แอปจดบันทึก แอปแต่งภาพ หรือเกม ข้อมูลอาจไม่ได้ตามมาทั้งหมดในรูปแบบเดียวกับเครื่องเก่า วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเช็กก่อนว่าบริการนั้นผูกกับบัญชีหรือมีระบบสำรองข้อมูลของตัวเองหรือไม่ ถ้ามีข้อมูลสำคัญมาก ผมจะไม่ลบหรือรีเซ็ต Android จนกว่าจะเปิดตรวจบน iPhone เรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ผู้ใช้มักมองข้ามอีกอย่างคือพื้นที่ว่าง หากรูปและวิดีโอมีจำนวนมาก iPhone ต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับรับข้อมูล แม้แอปจะช่วยจัดกระบวนการให้ แต่ก็ไม่สามารถแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ของเครื่องปลายทางได้ การเลือกย้ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าการพยายามเอาทุกไฟล์ไปพร้อมกัน
ตรวจเครื่องทั้งสองฝั่งก่อนเริ่ม
ก่อนเปิดแอป ผมแนะนำให้ชาร์จอุปกรณ์ทั้งสองเครื่องไว้พอสมควร วางไว้ใกล้กัน และหลีกเลี่ยงการสลับไปใช้แอปอื่นระหว่างการย้ายข้อมูล ขั้นตอนลักษณะนี้อาจใช้เวลา โดยเฉพาะเมื่อมีรูปหรือวิดีโอจำนวนมาก การปล่อยให้เครื่องทำงานต่อเนื่องช่วยลดโอกาสที่การเชื่อมต่อจะสะดุดจากการพักหน้าจอหรือการปิดแอปเบื้องหลัง
ตรวจให้แน่ใจด้วยว่า Android มีระบบปฏิบัติการอย่างน้อยเวอร์ชัน 6.0 ซึ่งเป็นข้อกำหนดขั้นต่ำของแอป หากเครื่องเก่ามากจนไม่สามารถอัปเดตถึงระดับนี้ได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขั้นตอนการย้าย แต่อยู่ที่ความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ตั้งแต่ต้น กรณีนี้อาจต้องใช้วิธีแยก เช่น สำรองรูปผ่านบริการจัดเก็บข้อมูล หรือย้ายรายชื่อด้วยบัญชีที่ซิงค์กันได้
บน iPhone หรือ iPad ผมจะเริ่มจากเครื่องที่ยังอยู่ในขั้นตอนตั้งค่า หากเป็นเครื่องที่เคยใช้งานแล้ว ควรตรวจให้ชัดว่าการเริ่มต้นใหม่จะกระทบข้อมูลที่อยู่บนเครื่องหรือไม่ การรีเซ็ตโดยไม่สำรองข้อมูลปลายทางเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้ม โดยเฉพาะถ้าอุปกรณ์นั้นมีรูปหรือข้อความที่สร้างไว้แล้ว
ระหว่างตั้งค่า ให้เลือกตัวเลือกที่เกี่ยวกับการย้ายข้อมูลจาก Android แล้วเปิด ย้ายไปยัง iOS บน Android จากนั้นทำตามรหัสหรือคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอแบบไม่ข้ามขั้น ผมพบว่าความผิดพลาดเล็ก ๆ เช่น เปิดแอปผิดจังหวะ ปิดหน้าจอ หรือออกจากขั้นตอนกลางคัน มักทำให้ผู้ใช้คิดว่าแอปเสีย ทั้งที่จริงเป็นเพียงกระบวนการที่ถูกหยุด
อย่าลืมตรวจพื้นที่ว่างของ iPhone ก่อนเลือกข้อมูลจำนวนมาก หากมีไฟล์เกินความจุ การย้ายอาจไม่เสร็จสมบูรณ์หรือจบลงโดยที่ผู้ใช้ต้องกลับมาไล่ตรวจภายหลัง ผมชอบแบ่งความสำคัญเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ รายชื่อและปฏิทินก่อน รูปภาพที่จำเป็นถัดมา และไฟล์ขนาดใหญ่หรือข้อมูลที่หาใหม่ได้ไว้ท้ายสุด วิธีนี้ช่วยให้การย้ายครั้งแรกมีเป้าหมายชัดเจน
ถ้าค้างหรือหยุดกลางทาง ควรแก้แบบเป็นขั้น
เมื่อการย้ายค้าง ผมไม่แนะนำให้กดซ้ำหลายครั้งติดกัน เพราะจะทำให้ไม่รู้ว่ารอบไหนกำลังทำงานอยู่ ให้สังเกตว่าหน้าจอของทั้งสองเครื่องยังอยู่ในขั้นตอนเดียวกันหรือไม่ จากนั้นตรวจว่ามีการแจ้งเตือน สายเรียกเข้า หรือการสลับไปแอปอื่นที่อาจขัดจังหวะหรือเปล่า การปิดสิ่งรบกวนและเริ่มกระบวนการใหม่อย่างสะอาดมักมีประโยชน์กว่าการฝืนรอโดยไม่รู้สถานะ
ถ้าการย้ายล้มเหลวหลังจากเลือกข้อมูลจำนวนมาก ให้ลองลดขอบเขตในรอบถัดไป เลือกข้อมูลสำคัญก่อน แล้วค่อยจัดการไฟล์ที่เหลือด้วยวิธีอื่นภายหลัง นี่เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้งานได้จริงที่สุด เพราะช่วยแยกว่าปัญหาเกิดจากข้อมูลบางประเภท พื้นที่ไม่พอ หรือการเชื่อมต่อไม่เสถียร แทนที่จะเริ่มใหม่ด้วยชุดข้อมูลเดิมทั้งหมด
ผมยังแนะนำให้ตรวจ Android ว่ายังมีพื้นที่ว่างและไม่ได้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานที่จำกัดการทำงานของแอป หากเครื่องเก่ามีแบตเตอรี่ต่ำ ระบบอาจลดการทำงานเบื้องหลังจนการย้ายไม่ต่อเนื่อง การเสียบชาร์จและปล่อยให้แอปอยู่ด้านหน้าเป็นวิธีแก้ทั่วไปที่ปลอดภัย ไม่ต้องติดตั้งเครื่องมือเร่งความเร็วหรือแอปทำความสะอาดเพิ่มเติม
อีกเทคนิคหนึ่งคืออย่าใช้โทรศัพท์ทั้งสองเครื่องระหว่างการย้าย หากมีสายเข้า การแจ้งเตือนจำนวนมาก หรือผู้ใช้ปัดแอปทิ้งโดยไม่ตั้งใจ กระบวนการอาจสะดุดได้ การวางเครื่องไว้กับที่และรอให้จบอาจดูช้า แต่ช่วยให้วินิจฉัยได้ง่ายกว่า เมื่อเสร็จแล้วควรเปิดดูข้อมูลสำคัญบน iPhone ทันที ไม่ควรตัดสินจากแถบความคืบหน้าเพียงอย่างเดียว
หากเริ่มรอบใหม่หลายครั้งแล้ว ให้จดไว้ว่าข้อมูลประเภทใดถูกเลือกและหยุดตรงช่วงใด การทดลองโดยเปลี่ยนทีละอย่าง เช่น ลดรูปภาพออกหรือเลือกเฉพาะรายชื่อ จะช่วยหาต้นเหตุได้ดีกว่าการเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน นี่เป็นวิธีที่ผมใช้เมื่อช่วยคนในครอบครัวตั้งค่าเครื่อง เพราะทำให้รู้ว่าควรแก้ที่ข้อมูลหรือที่สภาพแวดล้อม
บางครั้งปัญหาไม่ได้มาจากแอป
การย้ายข้อมูลมีหลายส่วนที่อยู่นอกการควบคุมของแอป เช่น บัญชีผู้ใช้ของบริการต่าง ๆ รูปแบบไฟล์ ความจุของ iPhone และความพร้อมของ Android เครื่องเก่า ถ้ารายชื่อบางส่วนไม่แสดง อาจเป็นเพราะรายชื่อนั้นเก็บอยู่ในบัญชีคนละชุด ไม่ได้อยู่ในหน่วยความจำที่กระบวนการย้ายกำลังอ่านอยู่ การตรวจบัญชีและการซิงค์จึงสำคัญพอ ๆ กับการเปิดแอป
กรณีรูปภาพดูเหมือนหาย ผมจะตรวจทั้งแอปรูปภาพ อัลบั้ม และเวลาที่ระบบใช้จัดทำดัชนีไฟล์ก่อนสรุปว่าการย้ายล้มเหลว บางครั้งข้อมูลมาถึงแล้วแต่ยังไม่ถูกจัดเรียงตามที่คาด หรือไฟล์บางชนิดอยู่ในตำแหน่งที่ต่างจาก Android การค้นหาด้วยชื่อไฟล์หรือวันที่ถ่ายอาจช่วยยืนยันได้มากกว่าการดูเฉพาะอัลบั้มแรก
ส่วนข้อความหรือข้อมูลภายในแอปสื่อสารอาจมีเงื่อนไขเฉพาะของผู้ให้บริการ หากคุณให้ความสำคัญกับประวัติสนทนา ควรตรวจวิธีโอนย้ายที่แอปนั้นรองรับด้วย อย่าคาดหวังว่าเครื่องมือของ Apple จะรับผิดชอบข้อมูลภายในทุกบริการ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจถูกเข้ารหัส ผูกกับบัญชี หรือจัดเก็บด้วยระบบของผู้พัฒนาแอปเอง
ในสถานการณ์ที่ iPhone เปิดใช้งานไปแล้วและไม่อยากล้างเครื่อง ผมมองว่าการย้ายแบบแยกหมวดอาจเหมาะกว่า เช่น ซิงค์รายชื่อผ่านบัญชีที่ใช้อยู่ ย้ายรูปผ่านวิธีสำรองข้อมูลที่คุณไว้วางใจ แล้วดาวน์โหลดแอปใหม่ทีละตัว วิธีนี้ใช้แรงมากกว่า แต่ลดความเสี่ยงที่จะต้องลบข้อมูลบนเครื่องปลายทางทั้งหมด เพียงแต่จะไม่ได้ความสะดวกแบบกระบวนการตั้งค่าแรกเริ่ม
สำหรับคนที่มีข้อมูลไม่มาก การย้ายด้วยตัวเองอาจเร็วกว่าและควบคุมได้ละเอียดกว่า คุณสามารถเลือกเฉพาะไฟล์ที่ต้องการและจัดโฟลเดอร์ใหม่ได้ทันที แต่ถ้ามีรายชื่อ รูปภาพ และปฏิทินกระจายอยู่หลายส่วน ย้ายไปยัง iOS มีข้อได้เปรียบตรงที่รวมขั้นตอนสำคัญไว้ในจังหวะเดียว ผู้ใช้จึงไม่ต้องจำวิธีของบริการหลายรายพร้อมกัน
เหมาะกับใคร และใครควรเลือกวิธีอื่น
ผมแนะนำแอปนี้มากที่สุดสำหรับคนที่เพิ่งแกะ iPhone หรือ iPad เครื่องใหม่และต้องการย้ายออกจาก Android อย่างเป็นระเบียบ ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่อยากจัดการไฟล์ด้วยคอมพิวเตอร์จะได้ประโยชน์ชัดเจน เช่น คนที่เปลี่ยนเครื่องเพื่อทำงาน นักเรียนที่ต้องเก็บปฏิทินกับรายชื่อ หรือครอบครัวที่อยากให้สมาชิกย้ายข้อมูลโดยไม่ต้องอธิบายหลายขั้นตอน
มันยังเหมาะกับคนที่ต้องการลดการพึ่งพาบริการเสริมจากหลายบริษัท เพราะผู้พัฒนาคือ Apple และแอปอยู่ในหมวดเครื่องมือที่มีหน้าที่ชัดเจน ไม่ได้พยายามทำตัวเป็นตัวจัดการโทรศัพท์สารพัดอย่าง ความเรียบง่ายนี้เป็นข้อดีเมื่อคุณกำลังย้ายเครื่องและไม่อยากติดตั้งแอปที่ไม่เกี่ยวข้องเพิ่ม
ในทางกลับกัน ผู้ใช้ที่ตั้งค่า iPhone ไปแล้วและมีข้อมูลใหม่อยู่บนเครื่องควรคิดให้รอบคอบก่อนเริ่มใหม่ หากไม่ต้องการล้างข้อมูล วิธีแยกย้ายผ่านบัญชีหรือคอมพิวเตอร์อาจเหมาะกว่า คนที่ต้องการโอนเกม เซฟงาน หรือข้อมูลเฉพาะในแอปจำนวนมากก็ควรตรวจเครื่องมือของผู้พัฒนาแต่ละราย เพราะแอปนี้ไม่ใช่ระบบสำรองข้อมูลสากล
ในแง่ประสบการณ์ ผมมองว่ามันต่างจากการคัดลอกไฟล์ด้วยสายหรือการอัปโหลดทุกอย่างขึ้นคลาวด์ตรงที่แอปเน้นช่วงเปลี่ยนอุปกรณ์โดยเฉพาะ การใช้สายหรือคอมพิวเตอร์อาจควบคุมโฟลเดอร์ได้ละเอียดกว่า ส่วนคลาวด์เหมาะกับคนที่ต้องการย้ายข้อมูลทีละส่วนและเปิดดูจากหลายอุปกรณ์ แต่ทั้งสองทางต้องจัดการบัญชีและรูปแบบไฟล์เองมากกว่า
รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ย้ายไปยัง iOS เปิดให้ใช้งานฟรี และมีการจัดประเภทเนื้อหาเป็น 3+ จึงเหมาะกับการใช้งานในครอบครัวโดยไม่มีเนื้อหาที่มุ่งให้ความบันเทิงหรือการซื้อขายเป็นหลัก แอปเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2558 และปัจจุบันอยู่ที่เวอร์ชัน 4.0.3 โดยรองรับ Android ตั้งแต่เวอร์ชัน 6.0 ขึ้นไป
ความนิยมของแอปสะท้อนจากคะแนนเฉลี่ย 4.4 จากประมาณ 223,000 การให้คะแนน และมียอดติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง ขณะเดียวกันมีบทวิจารณ์ราว 1,300 รายการ ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ผมมองว่าเป็นเครื่องมือที่มีคนใช้งานจริงในวงกว้าง แต่ไม่ได้แปลว่าทุกการย้ายจะราบรื่น เพราะสภาพเครื่อง ขนาดข้อมูล และสถานะการตั้งค่าของแต่ละคนแตกต่างกัน
จุดที่ผมชอบคือหน้าที่ของแอปชัดเจนและไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อเริ่มใช้งาน จุดที่ต้องยอมรับคือความยืดหยุ่นมีขอบเขต คุณต้องใช้ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและยอมรับว่าข้อมูลบางชนิดจะต้องจัดการต่อในแอปหรือบัญชีของเจ้าของบริการเอง นี่เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างความสะดวกกับการควบคุมรายละเอียด
คำตัดสินจากการใช้งานจริง
สำหรับผม ย้ายไปยัง iOS เป็นแอปที่ควรเปิดใช้เมื่อคุณกำลังตั้งค่า iPhone หรือ iPad ใหม่ ไม่ใช่แอปที่ต้องเก็บไว้เพื่อใช้งานประจำวัน จุดแข็งอยู่ที่การลดความวุ่นวายในช่วงเริ่มต้น และช่วยให้ผู้ใช้ทั่วไปมีเส้นทางย้ายข้อมูลที่เข้าใจง่ายกว่าการไล่ทำเองทุกหมวด
เคล็ดลับสำคัญคือเตรียมพื้นที่ว่าง ชาร์จเครื่องทั้งสองฝั่ง อย่ารีบออกจากขั้นตอน และตรวจข้อมูลสำคัญหลังย้ายเสร็จ หากติดขัด ให้ลดจำนวนข้อมูลแล้วทดสอบใหม่แทนการกดซ้ำแบบเดิม และถ้า iPhone ถูกตั้งค่าไปแล้ว ให้พิจารณาวิธีแยกย้ายก่อนตัดสินใจล้างเครื่อง
Apple เป็นผู้พัฒนาแอปนี้ ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ย 4.4 และยอดติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง ผมคิดว่าแอปนี้คุ้มค่าที่จะลองสำหรับคนย้ายจาก Android ไปยังอุปกรณ์ Apple โดยเฉพาะเมื่อเครื่องปลายทางยังใหม่และพร้อมเริ่มตั้งค่า แต่ถ้าคุณต้องการย้ายข้อมูลเฉพาะทางจำนวนมาก หรืออยากควบคุมทุกโฟลเดอร์เอง วิธีผ่านบัญชี บริการสำรองข้อมูล หรือคอมพิวเตอร์อาจตอบโจทย์กว่า สรุปสั้น ๆ คือ ใช้แอปนี้เป็นสะพานสำหรับการย้ายเครื่อง ไม่ใช่คำสัญญาว่าทุกข้อมูลจะถูกโอนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง
ข้อดี
- ย้ายรายชื่อ ข้อความ รูปภาพ และปฏิทินได้ในขั้นตอนเดียว
- ช่วยลดความยุ่งยากเมื่อตั้งค่า iPhone เครื่องใหม่
- ถ่ายโอนข้อมูลผ่านเครือข่าย Wi‑Fi โดยไม่ต้องใช้สายเคเบิล
- รองรับการย้ายข้อมูลจาก Android หลายรุ่น
- มีคำแนะนำบนหน้าจอ ทำตามได้ง่ายแม้ผู้ใช้มือใหม่
ข้อเสีย
- ต้องใช้พื้นที่ว่างบน iPhone เพียงพอสำหรับข้อมูลทั้งหมด
- การถ่ายโอนอาจใช้เวลานานเมื่อมีรูปภาพหรือวิดีโอจำนวนมาก
- ต้องเชื่อมต่อ Wi‑Fi และเสียบชาร์จระหว่างย้ายข้อมูล
- แอปบางประเภทไม่สามารถย้ายข้อมูลหรือบัญชีภายในแอปได้
- หากการเชื่อมต่อหลุด อาจต้องเริ่มกระบวนการถ่ายโอนใหม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ย้ายไปยัง iOS
ย้ายไปยัง iOS คืออะไร และใช้ทำอะไรได้บ้าง?
ย้ายไปยัง iOS หรือ Move to iOS เป็นแอปจาก Apple สำหรับช่วยโอนข้อมูลจากโทรศัพท์ Android ไปยัง iPhone หรือ iPad เครื่องใหม่ โดยสามารถย้ายรายชื่อ ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ปฏิทิน บัญชีอีเมล ประวัติการโทร และข้อมูลบางส่วนที่รองรับได้ เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนระบบและต้องการลดขั้นตอนการย้ายข้อมูลด้วยตนเอง
ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนใช้แอปย้ายไปยัง iOS?
ก่อนเริ่มใช้งาน ควรชาร์จแบตเตอรี่ของทั้งอุปกรณ์ Android และ iPhone ให้เพียงพอ ตรวจสอบว่า iPhone ยังอยู่ในขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น หรือรีเซ็ตเครื่องแล้ว และเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองกับเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน นอกจากนี้ควรตรวจสอบพื้นที่ว่างบน iPhone ให้เหมาะสมกับปริมาณข้อมูลที่จะโอน เพื่อป้องกันการย้ายข้อมูลล้มเหลวระหว่างทาง
ย้ายไปยัง iOS โอนข้อมูลประเภทใดได้บ้าง?
แอปสามารถโอนข้อมูลสำคัญหลายประเภท เช่น รายชื่อผู้ติดต่อ ข้อความ SMS รูปภาพและวิดีโอจากกล้อง อัลบั้ม รูปภาพในเครื่อง ปฏิทิน บัญชีอีเมล ประวัติการโทร และบุ๊กมาร์กบางส่วน ข้อมูลบางชนิดอาจขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์ เวอร์ชันระบบ และแอปที่ใช้งาน ดังนั้นควรสำรองข้อมูล Android ไว้ก่อนเสมอ
สามารถย้ายแอปจาก Android ไปยัง iPhone ได้ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่สามารถย้ายแอป Android ไปเป็นแอป iOS ได้โดยตรง เนื่องจากทั้งสองระบบใช้แพลตฟอร์มแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม แอปย้ายไปยัง iOS อาจช่วยจับคู่แอปฟรีบางรายการที่มีอยู่ใน App Store เพื่อให้ดาวน์โหลดใหม่บน iPhone ได้ ส่วนแอปแบบชำระเงิน ข้อมูลภายในแอป เกม และการตั้งค่าต่าง ๆ อาจต้องตรวจสอบกับผู้พัฒนาเป็นรายแอป
หากการโอนข้อมูลด้วยย้ายไปยัง iOS ล้มเหลว ควรแก้ไขอย่างไร?
หากการโอนหยุดค้างหรือไม่สำเร็จ ให้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทั้งสองมีแบตเตอรี่เพียงพอ เปิด Wi-Fi อยู่ และไม่มีการสลับไปใช้แอปอื่นระหว่างการโอน ควรปิดการเชื่อมต่อ VPN หรือฟังก์ชันประหยัดพลังงานชั่วคราว แล้วลองเริ่มใหม่ หากยังมีปัญหา ให้ลบข้อมูลการตั้งค่า iPhone และทดลองโอนเฉพาะข้อมูลสำคัญก่อน โดยควรสำรองข้อมูล Android ไว้เสมอ
อ่านเกี่ยวกับ ย้ายไปยัง iOS ในภาษาของคุณ
ย้ายไปยัง iOS
เว็บไซต์นี้นำเสนอข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือจัดจำหน่ายแอปใดๆ ที่นำเสนอในเว็บไซต์นี้ ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าของแอปเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดของนักพัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิง โปรดติดต่อนักพัฒนาโดยตรงผ่าน support@apple.com เยี่ยมชม http://www.apple.com หรืออ่าน http://www.apple.com/privacy/privacy-policy/ ของนักพัฒนา


















